Happy Journey

24 July 2011

ปลีกวิเวก 9 วัน




คิดอยู่สักพักแล้วว่าอยากจะลองไปปฏิบัติธรรมดูบ้าง แต่ก็ยังหาโอกาสไปไม่ได้สัก จนกระทั่งเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนพาแม่ไปหาพี่หมอดูที่ไปประจำ พี่เค้าทักให้เราไปปฏิบัติที่วัดป่าในจังหวัดกาญจนบุรี .... วัดไหนก็ได้ แต่ต้องเป็นวัดป่า ตอนนั้นวัดเดียวที่นึกได้คือวัดที่คุณตั๊กเคยไปมา จำชื่อวัดไม่ได้ รู้แต่ว่าเป็นวัดป่าของพระอาจาร์ยมิตซึโอะ กลับมาถึงบ้านรีบมาเปิด Google หาดู ก็เห็นว่า วัดป่าสุนันทวนาราม มีกำหนดการอบรมการปฏิบัติครั้งต่อไปในวันที่ 15 - 23 กค. เป็นคอร์ส "อานาปานสติ" รวม 8 คืน 9 วัน คอร์สเดียวกับที่คุณตั๊กเคยไปเมื่อปีก่อน ในเวปไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมาก ๆ เราเลย whatsapp ขอคำปรึกษาจากคุณตั๊ก



ตอนนั้นก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ไปเข้าอบรมหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่าต้องจองหรือเปล่า จะมีห้องพักเพียงพอไม .... พอถามคุณตั๊กได้สักพัก ก็ได้คำตอบกลับมาอย่างละเอียดมาก ว่าควรจะเตรียมตัวอย่างไร แต่งตัวอย่างไรและควรนำอะไรไปบ้าง ฯลฯ แต่ที่สำคัญคือ ถ้าจะเข้าอบรมที่วัด ไม่ต้องจอง สามารถขับรถไปได้เลย เราเลยตัดสินใจทันทีว่าจะเข้าร่วมอบรมปฏิบัติธรรมในครั้งที่ พอตัดสินใจก็รีบโทรศํพท์บอกแม่ .... แม่ก็บอกว่าสนใจจะไปด้วยคราวนี้เรามีเวลาเตรียมตัวแค่ 4 วัน เป็นการตัดสินใจที่กระทันหันมาก เสื้อผ้าก็ยังไม่มี ในช่วงเวลา 4 วัน เราก็เตรียมของซื้อของจัดของ มีปัญหาอะไรก็เปิดหาจากในเน็ต อ่านบล็อคเก่า ๆ ของคุณตั๊ก และปรึกษาคุณตั๊กผ่าน whatsapp หรือ skype เป็นระยะ ต้องขอขอบคุณ คุณตั๊ก มา ณ โอกาสนี้ .....



วันเดินทางนัดว่าจะไปรับแม่ 6 โมงเช้า เพราะจะได้ไปถึงวัดสุนันฯ สักประมาณ 10 โมงแผนที่พร้อม ... ขับรถผ่านตัวเมืองกาญจนบุรี ขึ้นมาทางอำเภอไทรโยค ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าขับไปไกลมาก ป้ายบอกทางก็ไม่มี ไม่แน่ใจว่าหลงหรือเปล่า แต่ก็แอบคิดในใจว่า ถ้ามีบุญก็ไปถึง .... และแล้วก็เห็นป้าย วัดสุนันทวนาราม 500 เมตร เริ่มดีใจว่าไม่หลงแล้ว....จากปากทางเข้าวัดก็ขับเข้าไปอีกประมาณ 3 กม. ก็ถึงวัด



วันที่ไปเป็นวัดเข้าพรรษา วัดมีงานบวชพระ 30 รูป คนเยอะมากเป็นพันได้ .... เราก็งง ๆ ไม่รู้ไปอย่างไงต่อ เลยถามคนแถวนั้น เค้าก็บอกว่าให้ไปลงทะเบียนที่ศาลาต้อนรับ ไปถึงศาลาต้อนรับเจอกับป้าแจ้ว 1 ในอาสาสมัครที่มีช่วยเรื่องลงทะเบียน ป้าใจดีมาก ป้าแจ้วจัดที่พักให้และอธิบายทางขึ้นไปที่พักอย่างละเอียด....วัดสุนันฯ พื้นที่ 1,500 ไร่ แต่ละอาคารอยู่ค่อยข้างห่างกัน ไปไม่ถูกทางอาจจะหาไม่เจอ .... ป้าบอกว่า 2 วันแรกต้องอยู่อาคารรวม ... แต่ถ้าจะอยู่ครบ 9 วัน วันที่ 17 ในมาติดต่อย้ายห้อง เพราะญาติโยมส่วนใหญ่จะกลับกันวันที่ 17 หรือ 18 กค. วัดสุนันฯ เป็นวัดป่า จึงต้องอยู่แบบเสื่อผืนหมอนใบ .... เรากังวลว่าแม่จะอยู่ไม่ได้เพราะสถานที่ประจำที่แม่ไปปฏิบัติสะดวกสบายกว่านี้ แม่เคยอยู่แต่ห้องเดี่ยว มีห้องน้ำในตัว แต่ที่นี่เป็นห้องนอนรวม ห้องน้ำรวม แต่แม่ก็บอกว่าอยู่ได้ ... จะทำไงได้หล่ะ มาแล้วก็ต้องอยู่ให้ได้ ... อยู่ไปได้ 3 วันมีชวนกลับก่อนกำหนดแต่เรายืนยันว่าจะอยู่ในครบกำหนดตามที่ตั้งใจ




เข้าที่พักเรียบร้อยก็จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า ตอนนั้นก็ยังงงอยู่ ไม่รู้ต้องทำอะไรต่อ เลยเดินไปที่ศูนย์เยาวชนที่มีการทำพิธีบวชอยู่ ... เดินงง ๆ อยู่สัก ทางวัดก็จัดอาหารกลางวันมาให้ญาติโยมรับประทาน อาหารอร่อยเหมือนที่คุณตั๊กบอกจริง ๆ ด้วยอ่ะ ทานอาหารเสร็จ ยังคงงงต่อไป ... คนก็เยอะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มาร่วมงานบวช เราเลยชวนแม่เดินลงไปที่ศาลาต้อนรับ เพราะเราเห็นแถว ๆ นั้นมีหนังสือไว้ให้อ่าน และมีหนังสือของพระอาจารย์ เสื้อผ้า กระเป๋าผ้าฝ้าย จำหน่าย รายได้ทั้งหมดมอบให้มูลนิธิมายา โคตมี ระหว่างทางเดินลงมา เจอกับคุณป้าท่านนึง เดินอยู่ เลยได้โอกาสร่วมทางกัน เดินไปคุย (ส่วนมากป้าจะคุยกับแม่) ปรากฎว่า คุณป้าพาหลงทาง .... เดินไปเดินมา กลับมาจบที่จุดเดิม ... แม่เลยตัดสินใจว่าไม่เดินต่อแล้ว กลับเข้าที่พักดีกว่า ส่วนเราก็เดินกลับลงไปใหม่คนเดียว ....



ลงไปนั่งอ่านหนังสือ เดินสำรวจสินค้า เดินดูนู้นดูนี้อยู่สักพัก ... เลยได้รู้ว่าตอนเย็นมีกำหนดการอะไรบ้าง วันนี้หมายกำหนดการแตกต่างไปจากหมายกำหนดการอบรมปกติ เพราะเป็นวันพระใหญ่ .... เช้าวัดรุ่งขึ้นจึงกลับเข้าสู่การอบรมอานาปานสติ หมายกำหนดการและการเตรียมตัวอ่านได้จากบล็อคคุณตั๊กเลย ...... คลิก



สองสามวันแรก ญาติธรรมเยอะมาก ประมาณ 800 กว่าคน แต่พอหลังจากวันอาทิตย์และจันทร์คนก็เริ่มน้อยลงจนเหลืออยู่ไม่กี่ 10 คน ... กลายเป็นญาติธรรมหน้าเดิม ๆ กันไป .... ตอนทำวัตรเช้ากับวัตรเย็นคนจะเยอะหน่อย แต่พอช่วง 11 โมง เวลาฟังเทศน์ฟังธรรมคนน้อยนิดมีกันอยู่สัก 20 คนได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นหน้าประจำกันทั้งนั้น วัดนี้ไม่ได้มีกฎเหล็กห้ามใช้โทรศัพท์มือถือหรืออะไร ค่อนข้างสบาย ๆ ญาติธรรมบางคนก็ยังใช้โทรศัพท์กันอย่างปกติ ยกเว้นเวลาขึ้นศาลา ... แต่สำหรับเรา เราตั้งใจว่าจะไม่ติดต่อกับโลกภายนอก เลยปิดโทรศัพท์ตลอด .... วันอาทิตย์เราก็ได้ย้ายลงไปอยู่ห้องพักด้านล่าง เป็นห้องพักสำหรับ 3 คน มีน้องอีกคนมาอยู่ร่วมด้วย ...



ช่วงเวลาที่ไปอากาศไม่ดีเลย ฝนตกตลอดทั้งวัน จะหยุดบ้างก็แค่ครึ่งชั่วโมงหรือชั่วโมงนึง ... เฉอะแฉะมาก เท้าเปียกกันตลอดเวลา แทบไม่ได้เห็นพระอาทิตย์สักวัน .... แต่ข้อดีก็คือ อากาศเย็นสบาย ช่วงเช้ากับช่วงเย็นจะหนาวเป็นพิเศษต้องมีผ้าพันคอหรือเสื้อกันหนาวบาง ๆ พกไปด้วยตลอด ... ส่วนสถานที่ทำวัตร ปฏิบัติธรรม ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ พระอาจาร์ยท่านคงกลัวเราจะเบื่อ เลยเปลี่ยนสถานที่บ่อย เรียกกันว่า มาปฏิบัติธรรมวัดนี้ต้องอัฟเดทสถานที่ปฏิบัติกันวันต่อวัน ชั่วโมงต่อชั่วโมง นาทีต่อนาที เลย ... บางสถานที่อยู่ห่างไปจากที่พักเป็นกิโลถ้าฝนตกก็ต้องขับรถไป ... เราโชคดีที่มีรถ แต่ญาติธรรมบางคนไม่มีรถก็ต้องเดิน ระหว่างทางเราก็มักจะแวะรับญาติธรรมที่เดินอยู่ติดรถไปด้วยเท่าที่จะรับได้ ....



เพราะฝนตกเกือบทุกวัน ช่วงเวลาเดินจงกรมจึงมีไม่มาก เดินจงกรมช่วงเช้า พระอาจาร์ยจะเดินพาเดินไปชมบริเวณวัดโดยรอบ บางวันก็เดินไปพระเขียวที่ตั้งอยู่บนเขา ไปถ้ำส่องดาว ไปพระอุโบสถ หรือไปศาลาแปดเหลี่ยม การเดินไปก็ค่อนข้างลำบากเพราะทางแฉะและเป็นขี้โคลน บางครั้งก็เดินไปไม่ถึงต้องย้อนกลับเพราะฝนตก .... การเดินจงกรมช่วงเย็นจะเดินรอบ ๆ ศาลาที่ทำวัตรเย็น ถ้าฝนไม่ตกก็จะได้ออกไปเดิน แต่ถ้าฝนตกก็เปลี่ยนเป็นนั่งสมาธิ ถ้าได้เดินจงกรมช่วงเย็น เราจะไม่ค่อยมีสมาธิในการเดินเท่าไหร่ เพราะจิตมัวแต่ไปจดจ่ออยู่กับไส้เดือน .... บางครั้งก็เลือกที่จะนั่งสมาธิแทนจะดีกว่า ....



หมายกำหนดการของแต่ละวันก็จะเหมือนกัน ยกเว้นวันศุกร์ที่ 22 เนื่องจากมีกลุ่มที่จะเข้าร่วมปฏิบัติธรรมอีกประมาณ 100 คน ทางธรรมบริกรต้องการใช้สถานที่เพื่อทำการปฐมนิเทศ กลุ่มอานาฯ เลยมีเวลาว่าง .... พวกเราเลยร่วมกลุ่มกันบำเพ็ญประโยชน์กันในช่วงเวลาว่าง .... ไม่ว่าจะเป็นกวาดลานวัด เสร็จแล้วต่อด้วยขัดพื้นทางเดินเพราะมีตระไคร่เกาะหนามาก ถึงขั้นมีพระเลื่อนล้มหัวแตกเลยทีเดียว .... พอใกล้เวลาทำวัตรเย็นก็ขึ้นไปกวาดพื้นที่ศูนย์เยาวชน เตรียมเบาะสำหรับนั่งและหนังสือสวดมนต์ เรียกว่าทำมันหมดทุกอย่างที่ทำได้ เป็นกลุ่มอานาฯ ที่บ้าพลังกันมาก .... ทำกันจนลืมว่าเย็นนี้ทานอะไรไม่ได้แล้ว หมดพลังกันไปเยอะ คืนนั้นทำวัตรเย็นไปท้องร้องไป .....



ติดใจการไปปฏิบัติธรรมที่วัดสุนันฯ มาก เพราะไม่เข้มงวดจนเกินไป ทำทุกอย่างตรงเวลามาก ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับไปอีก ได้เรียนรู้ธรรมะที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ... จากเป็นคนที่นั่งสมาธิไม่เคยได้ วันสุดท้ายนั่งได้นานถึง 15 นาที .... วัดไม่ได้กำหนดว่าจะต้องอยู่กี่วัน ไม่จำเป็นต้องอยู่ครบคอร์ส ถ้าอยากมาหรืออยากกลับเมื่อไหร่ก็ได้แต่ที่เสียดายอย่างหนึ่งคือ .... ไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไป เลยไม่มีรูปสถานที่สวย ๆ ภายในวัดมาอวด ....



รายละเอียดปฏิบัติธรรมอื่น ๆ สามารถอ่านได้จากบล็อคคุณตั๊กนะจ้า >>>>



เครดิตภาพ : คม ชัด ลึก